mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้47
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้59
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้106
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว466
mod_vvisit_counterเดือนนี้2355
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2205
mod_vvisit_counterทั้งหมด213672

ออนไลน์ (20 นาทีที่แล้ว): 2
ไอพีของคุณคือ: 122.155.13.144
,
วันนี้: ก.ย. 30, 2014


Designed by:
Administrator Team

ศูนย์เรียนรู้ในชุมชน

 

    ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภูจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคนในชุมชนโดยมีผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์คอยดูแลให้ความรู้กับชาวบ้านโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสฯ ชาวบ้านภูได้สร้างฐานสาธิตการเรียนรู้เพื่อให้ชาวบ้านภูได้ศึกษาดังนี้

 

    ฐานที่ 1 การลดรายจ่าย เป็นฐานที่ให้ความรู้แก่ โดยการสาธิต กิจกรรม ที่สามารถลดรายจ่ายให้กับครัวเรือน เช่น การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมัก การปลูกผักสวนครัว การ เลี้ยงสัตว์ ขุดบ่อเลี้ยงปลาทำน้ำหมักสารไล่แมลงน้ำยาล้างจาน การลดละเลิกอบายมุขและการทำ บัญชีครัวเรือน ฐานลดรายจ่ายตั้งอยู่ที่ กลุ่มปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพ มีการสาธิตการทำปุ๋ยทุกชนิด เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ สูตรต่างๆปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ และนำไปใช้ในครัวเรือนทดแทน การใช้ปุ๋ยเคมีในนา ไร่ สวน สามารถลดรายจ่ายค่าปุ๋ยได้เป็นอย่างมากฐานที่ 2 ด้านการเพิ่มรายได้ คนในชุมชนและนอกชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้กับกลุ่มอาชีพที่มีอยู่ในหมู่บ้านได้ตามความถนัด ได้แก่ กลุ่มทอผ้าฝ้ายลายขิดบ้านภู กลุ่มทอผ้าฝ้ายแปรรูปบ้านภู กลุ่มพัฒนาอาชีพทอผ้าไหมบ้านภู กลุ่มทอผ้าคีรีนคร กลุ่มเพาะเห็ดและกลุ่มเลี้ยงโค จนสามารถทำเป็นอาชีพเสริม ทำให้ครัวเรือนมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากอาชีพหลักที่ทำอยู่ และทุกครัวเรือนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นฐานที่ 3 ด้านการประหยัด มีการดำเนินงานกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านภู และธนาคารหมู่บ้านคีรีนคร ส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักการประหยัด ทำให้คนในชุมชนสามารถดำเนินชีวิตตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวภูไท ที่รูจักใช้จ่ายอย่างประหยัด รู้จักเก็บออม มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้อย่างรู้คุณค่าฐานที่ 4 ด้านการเรียนรู้ ชาวบ้านภูได้จัดให้มีการเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยปราชญ์ชาวบ้านจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญให้กับลูกหลานในหมู่บ้าน ได้แก่ อัตลักษณ์วิถีชีวิตผู้ไท ซึ่งมีหลักยึดมั่นในความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ สามัคคี และใฝ่ศึกษา การแต่งกายแบบผู้ไท การขับรองเพลงสอนธรรมะ เพลงกล่อมเด็ก การเล่นคนตรีพื้นบ้าน เช่น โปงลาง การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ และการถักสายรัดประคตไหมสำหรับพระภิกษุ เป็นต้นฐานที่ 5 ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นฐานที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับพืช ผักพื้นบ้าน และการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค การแบ่งเขตรับผิดชอบดูแลป่า ภูเขาและแหล่งน้ำในชุมชน โดยกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหมู่บ้าน ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่ ในการดูแลเขตอนุรักษ์ป่า ภูเขา และต้นน้ำลำธารต่าง ๆฐานที่ 6 ด้านการเอื้ออารีต่อกัน ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการของหมู่บ้าน การเตรียมความพร้อมการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง และการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของคนในชุมชน มีการจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจขึ้น 3 กองทุนได้แก่ กองทุนฌาปนกิจบ้านภู กองทุนฌาปนกิจ ธนาคารหมู่บ้านคีรีนคร และกองทุนฌาปนกิจกองทุนหมู่บ้าน
และมีการจัดร้านค้าชุมชน เพื่อส่งเสริม การลดรายจ่ายในชุมชนได้แก่ ร้านค้าชุมชนบ้านภู หมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 2 ร้านค้าสหกรณ์บ้านภู ร้านค้าชุมชนริมทาง

 

 


    2. เรียนรู้และรักษาวัฒนธรรม เป็นการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อกัน การสร้างความภาคภูมิใจ รัก หวงแหน และรักษาไว้ซึ้งลักษณะที่โดดเด่นของชาวผู้ไทย ซึ่งมีกิจกรรมสอดแทรกไว้ในฐานการเรียนรู้และการอนุรักษ์

  

 

    3. เรียนรู้สิ่งที่ควรรู้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอกชุมชน โดยการเปิดตัวเป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวโดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนนอกชุมชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเรียนรู้ เป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักของคนนอกชุมชน และคนในชุมชนได้แสดงให้ลูกหลานได้เรียนรู้วิถีชีวิตโดยทางอ้อม ในปี 2552 มีผู้เข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 70 คณะจากหลายชุมชน

 

    4. การจัดการความรู้ เป็นการรวบรวมความรู้เดิมและบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บแสดงข้อมูลไว้ในศูนย์เรียนรู้ชุมชน เช่น วิธีทำแกงกะบั้ง การคิดค้นลายผ้าไหม การทอผ้า การแก้พิษเห็ด การใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาโรค เป็นต้น และขยายผลองค์ความรู้สู่กลุ่ม องค์กร บุคคลในชุมชนและภายนอกชุมชน

    5. การประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอื่นได้เรียนรู้วิถีการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน โดยการทำแผ่นพับ และเปิดเว็บไซต์บ้านภูดอทเน็ต :www.banphu.net

   ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู มีความสำคัญกับชุมชนบ้านภูมาก เพราะเป็นสถานที่รวบรวม และจัดแสดง ข้อมูลของหมู่บ้าน ข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน แผนชุมชน องค์ความรู้ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนั้น ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู ยังเป็นศูนย์กลางที่คนในชุมชนเข้ามาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ตลอดจนเป็นสถานที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่าง กลุ่ม องค์กรชุมชนและภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐและ เอกชน ในการพัฒนาหมู่บ้านร่วมกัน และอีกประการ หนึ่งที่สำคัญ คือ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู เป็น อาคารสำหรับต้อนรับ และให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว ที่มาทัศนะศึกษาดูงาน จึงได้มีการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนที่สมบูรณ์แบบ และจะดำเนินการให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชนต่อไป